March 24, 2007

วิธีการถนอมดวงตา

น่าสนใจดีโดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทุกวันหรือ ใช้ปาล์มบ่อยๆ
วิธีนี้คิดค้นขึ้นโดยจักษุแพทย์ชาวอเมริกันชื่อว่านายแพทย์ วิลเลียม เอช. เบตส์ (ค.ศ. 1860-1931)
วันหนึ่งนายแพทย์เบตส์กลับจากทำงานด้วยดวงตาอันอ่อนล้า
เขานั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องที่ยังไม่ได้เปิดไฟวางข้อศอกทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ
โค้งอุ้งมือทั้งสองวางครอบดวงตาของตนหลับตาพักผ่อนในท่านั้นอยู่สิบนาทีพอลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
เขารู้สึกว่าอาการปวดเมื่อยดวงตาหายไปแถมมองเห็นสิ่งต่างๆ ในห้องชัดเจนขึ้นกว่าเก่าอีกด้วย
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวนายแพทย์เบตส์ได้ค้นคิดวิธีการฝึกสายตาอย่างธรรมชาติ
เพื่อพักผ่อนกล้ามเนื้อตาและช่วยรักษาสายตาให้ดีขึ้น
นายแพทย์เบตส์เขียนหนังสือชื่อ Perfect Sight withoutGlasses เป็นที่นิยมแพร่หลาย
แม้ภายหลังเขาเสียชีวิตแต่วิธีการของนายแพทย์เบตส์ยังได้รับการเผยแพร่
โดยแพทย์ทั้งหลายทั่วยุโรปและอเมริกา "วิธีของเบตส์" มี 7 ท่าด้วยกัน

ท่าที่ 1 ครอบดวงตา
โค้งอุ้งมือทั้งสองครอบดวงตาไว้เฉย ๆระวังอย่าให้อุ้งมือกดทับดวงตานึกถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลาย เช่นวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ตามป่าเขาหรือชายทะเลอยู่ในท่านี้สัก 10 นาที

ท่าที่ 2 สร้างจินตภาพ
ต่อจากท่าที่ 1 ยังคงครอบดวงตาอยู่สร้างจินตภาพว่าตนเองกำลังมองวัตถุบางอย่างที่มีสีสันสดใสมีรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจน เช่นมองเห็นดอกเบญจมาศสีเหลืองสวยเห็นกลีบดอกแต่ละกลีบละเอียดชัดเจนสายตาที่คมชัดจากจินตนาการของเราเองจะช่วยเยียวยาสายตาจริงๆ ของเราได้เป็นอย่างดี

ท่าที่ 3 กวาดสายตา
มองแบบไม่ต้องจ้อง (คนสายตาสั้นมักจ้องและเขม้นตา)กวาดสายตาไปตามวัตถุที่อยู่ไกล ๆ ทางโน้นบ้างทางนี้บ้างทำให้ตาของเราได้ผ่อนคลาย

ท่าที่ 4 กะพริบตาฝึกนิสัยให้กะพริบตา 1-2 ครั้ง ทุก ๆ 10 วินาทีช่วยให้แก้วตาสะอาดและมีน้ำหล่อเลี้ยงโดยเฉพาะคนที่สวมแว่นหรือคอนแท็กต์เลนส์ยิ่งจำเป็น

ท่าที่ 5 โฟกัสภาพใกล้และไกลเหยียดแขนซ้ายไปให้ไกลที่สุดตั้งนิ้วชี้มือซ้ายขึ้นเพื่อเป็นจุดโฟกัส ขณะเดียวกันตั้งนิ้วชี้มือขวาให้ห่างจากใบหน้าสัก 3 นิ้ว (7.5 ซม.)โฟกัสภาพที่แต่ละนิ้วสลับกันไปมา ทำบ่อยๆเมื่อโอกาสอำนวย

ท่าที่ 6 ชโลมดวงตาตื่นนอนทุกเช้าใช้มือวักน้ำชโลมดวงตาด้วยน้ำอุ่น สัก 20ครั้ง สลับกับการวักน้ำเย็นชโลมดวงตาอีก 20 ครั้งทั้งนี้เพื่อช่วยให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาดีขึ้นการจบด้วยน้ำเย็นทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตากระชับไม่หย่อนยานก่อนเข้านอนให้วักน้ำชโลมดวงตาอีกครั้งหนึ่งแต่คราวนี้ชโลมด้วยน้ำเย็นก่อนแล้วตามด้วยน้ำอุ่นจะทำให้กล้ามเนื้อตาและหนังตาได้ผ่อนคลาย ก่อนเข้านอน

ท่าที่ 7 แกว่งตัวยืนแยกเท้าเท่ากับช่วงไหล่ แกว่งตัวไปมาจากซ้ายไปขวาถ่ายน้ำหนักตัวบนขาแต่ละข้างสลับไปมา สายตามองไปไกลๆแต่ไม่ต้องจ้องปล่อยให้จุดที่เรามองแกว่งไปมาซ้ายขวาตามการแกว่งตัวท่านี้จะทำให้ดวงตาได้พักและมีการปรับตัวดีขึ้น ทำบ่อย ๆเมื่อมีโอกาส เปิดเพลงคลอไปด้วยก็ได้

"วิธีของเบตส์"ได้รับการยืนยันจากจักษุแพทย์จำนวนมากว่าเป็นการฝึกดวงตา ที่เป็นระบบช่วยรักษาสายตาคนไข้ได้เป็นจำนวนมาก...

February 17, 2007

ธรรมเนียมปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์

ประเทศอังกฤษ
หลายร้อยปีก่อนในประเทศอังกฤษ เด็กๆ จะแต่งตัวลอกเลียนแบบผู้ใหญ่ในวันวาเลนไทน์ แล้วร้องเพลงจากบ้านหลังหนึ่งไปยังบ้านอีกหลังหนึ่ง ในเนื้อเพลง ท่อนหนึ่งจะกล่าวว่า "Good morning to you, Valentine ; Curl your locks as I do mine -Two before and three behind. Good morning to you, Valentine."

ประเทศเวลส์
ผู้ที่มีความรักและชื่นชมในงานช้อนไม้แกะสลัก จะทำการแกะสลักช้อนและมอบให้เป็นของขวัญในวันวาเลนไทน์ โดยจะสลักรูปหัวใจ และลูกกุญแจไว้บนช้อนนั้น ซึ่งมีความหมายว่า "คุณได้ไขหัวใจของฉัน" (You unlock my heart).

เด็กหนุ่มสาวจะทำการเขียนชื่อคนที่ตัวเองชอบแล้วหย่อนไว้ในอ่างหรือชาม แล้วหยิบขึ้นมาหนึ่งชื่อเพื่อดูว่าใครจะเป็นคู่ของตัวเองในวันวาเลนไทน์ หลังจากนั้นก็จะเอาชื่อที่หยิบได้นี้มาติดไว้ที่แขนเสื้อเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ การทำเช่นนี้มีความหมายว่า คนๆ นั้นต้องการบอกคนทั่วไปรู้ได้ง่ายๆ ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร

ในบางประเทศ
ผู้หญิงจะได้รับของขวัญเป็นเครื่องแต่งกายจากผู้ชาย แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นเก็บของขวัญชิ้นนี้เอาไว้นั่นหมายถึงหล่อนจะแต่งงานกับเขา

บางคนมีความเชื่อว่า ถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกโรบินบินผ่านเหนือศีรษะตนเองในวันวาเลนไทน์ นั่นหมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับกะลาสีเรือ หรือถ้าผู้หญิงคนใดเห็นนกกระจอก หล่อนก็จะได้แต่งงานกับชายยากจนและจะมีความสุข และถ้าผู้หญิงคนไหนเห็นนก Goldfinch หมายถึงหล่อนจะได้แต่งงานกับมหาเศรษฐี

ในบางประเทศจะมีการทำเก้าอี้แห่งรักขึ้นมา ซึ่งจะเป็นเก้าอี้ที่มีขนาดกว้าง ในครั้งแรกที่มีการทำเก้าอี้นี้ขึ้นมาก็เพื่อจะให้ผู้หญิงที่แต่งตัวในชุดราตรีนั่ง ต่อมาเก้าอี้แห่งรักนี้ได้ทำขึ้นเป็นสองส่วนและมักจะทำเป็นรูปตัวเอส (S) ซึ่งการทำเก้าอี้ทรงนี้จะทำให้คู่รักสามารถนั่งด้วยกันได้ แต่จะไม่ใกล้ชิดกันจนเกินไป

บางธรรมเนียมในบางแห่งของโลก
เด็กหนุ่มสาวจะนึกถึงชื่อของคนที่ตัวเองอยากจะแต่งงานด้วยประมาณห้าถึงหกชื่อ ในขณะที่ปอกเปลือกผลแอปเปิ้ลให้เป็นขด ก็ให้เอ่ยชื่อของคนที่นึกถึงออกมาจนกว่าจะปอกเปลือกแอปเปิ้ลได้หมดผล และเชื่อกันว่า คนที่จะได้แต่งงานด้วยนั้นคือคนที่เอ่ยชื่อถึงในขณะที่ปอกเปลือกของแอปเปิ้ลได้หมดพอดี

และในบางประเทศมีความเชื่อว่า ถ้าหากผ่าผลแอปเปิ้ลออกมาเป็นสองซีก แล้วให้นับเมล็ดข้างในดู แล้วก็จะสามารถรู้จำนวนบุตรในอนาคตได้

February 10, 2007

Formula for Success - สูตรสู่ความสำเร็จ

If: A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z
ถ้า A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

Is equal to 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26
มีค่าเท่ากับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26

Then ..... H+A+R+D+W+O+R+K = 8+1+18+4+23+15+18+11 = 98%
แล้วจะพบว่า...... HARD WORK หรือ ทำงานหนัก มีค่าเท่ากับ 98 %

K+N+O+W+L+E+D+G+E = 11+14+15+23+12+5+4+7+5 = 96%
KNOWLEDGE หรือ ความรู้ มีค่าเท่ากับ 96 %

L+O+V+E=12+15+22+5=54%
LOVE หรือ ความรัก มีค่าเท่ากับ 54 %

L+U+C+K = 12+21+3+11 = 47%
LUCK หรือ โชค มีค่าเท่ากับ 47 %

None of them makes 100% !!!
ไม่มีสิ่งใดที่มีค่า 100 % เลยหรือ !!!

Then what makes 100%?
แล้วสิ่งใดที่มีค่าเท่ากับ 100 %?

--Is it Money? ..... No!!!!!
ใช่เงินหรือเปล่า ?……… ..... ไม่ใช่ !!!!!

--Leadership? ...... NO!!!!
ความเป็นผู้นำหรือเปล่า ?……… ..... ไม่ใช่ !!!!!

Well,....
แล้วอะไรล่ะ

A+T+T+I+T+U+D+E = 1+20+20+9+20+21+4+5 = 100%
ATTITUDE หรือทัศนคติ นั่นเอง ที่มีค่าเท่ากับ 100 %

Don't you think so?!?!?!?!
ท่านคิดเช่นนั้นหรือไม่ ?!?!?!?!

Every problem has a solution, only if we perhaps change our "ATTITUDE".
ทุกปัญหามีทางออก บางทีแค่เพียงแต่เราเปลี่ยน “ทัศนคติ” ของเราเสียใหม่เท่านั้นเอง

It is OUR ATTITUDE towards Life and Work that makes OUR Life 100% Successful...
มีเพียงแต่ “ทัศนคติ” ของเราเท่านั้น ที่จะเป็นตัวนำทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิต และงานที่ทำ

January 28, 2007


ภาพมิตรภาพแสนซื่อ

ขณะที่พิกเล็ทเดินตามหมีพูห์ไปต้อยๆ


รอยเท้าคู่เล็กๆ ย่ำไปบนหิมะ


เคียงข้างกับรอยเท้าของพูห์ไปตลอดทาง


เป็นความอบอุ่นในหัวใจ


ที่ทั้งสองทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง

ทั้งคู่คงเดินมาด้วยกันนานพอสมควร


และคงไม่ได้คุยอะไรกันเลย


พิกเล็ทเลยต้อง "ขอเสียง" ด้วยการเรียกพูห์


เมื่อพูห์ขานรับและถามกลับว่า "มีอะไรหรือพิกเล็ท"


พิกเล็ทกลับเกาะมือพูห์ไว้ก่อนตอบว่า


"เปล่า ไม่มีอะไร แค่อยากมั่นใจ ว่าเราเดินมาด้วยกันเท่านั้นเอง"


ภาพนี้ ถ้อยสนทนานี้ เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง


สังเกตไหมว่าพูห์เดินนำหน้า


ควรเป็นพูห์หรือเปล่า


ที่น่าจะเป็นฝ่าย "ขอเสียง" พิกเล็ท


ว่ายังเดินตามตัวเองมาหรือไม่


..นั่นหมายถึงว่า..


เป็นความกังวลในใจพิกเล็ทเอง


ที่เกรงว่าพูห์จะลืมเพื่อนตัวเล็กๆอย่างเขา


ในชีวิตเราทุกคนคงเคยผ่านพบมิตรภาพแสนดี


แต่มีกี่คนที่รักษามันเอาไว้ได้คงมั่นไม่หวั่นไหว


วันคืนแห่งชีวิตกลืนกินและฉุดดึงเรารุดไป


หันกลับมามองข้างหลังอีกทีอาจจะเศร้าใจ


หากพบว่าคนที่เราไว้ใจ ไม่มีใครเดินตามเรามาอีกแล้ว



ไม่อยากเดินข้างหน้าเพราะเกรงว่าฉันจะลืมเธอ
ไม่อยากตามหลังเช่นกัน กลัวตามไม่ทัน กลัวเธอทำฉันหล่นหาย
อยากให้เราเดินเคียงกันไป อยากอุ่นใจมั่นใจ
ว่าตลอดการเดินทางชีวิตอันยาวไกล เรายังมีกันและกันไปตลอดทาง

January 18, 2007

ศิลปะนฤมิตร วิจิตร ฯ ทัศนา

เนื่องจากวันที่ 18-19 มกราคม 2550
ทางโรงเรียนได้มีการจัดนิทรรศการ "ศิลปะนฤมิตร วิจิตร ฯ ทัศนา" ขึ้น
พวกเรา ม.6/7
จึงช่วยกันจัดซุ้มกันอย่างสวยงาม
ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับ "โขน"
มีประโยคเด็ดอยู่ 1 ประโยค
"ฉันเคยดูโขนครั้งแรกตอนงานประจำปีของโรงเรียน
หัวโขนทำให้คนเปลี่ยนไป สวมหัวลิงเป็นลิง สวมหัวยักษ์เป็นยักษ์
ต่อเมื่อถอดหัวโขน เมื่อนั้นก็กลับเป็นคนเดิม"
เราชอบมาก เลยอยากให้เพื่อน ๆ
จดจำอีกหนึ่งความทรงจำที่เราได้ทำร่วมกัน

January 11, 2007

แม้ว่า..





January 03, 2007

6/7>>หกทับเจ็ด~*

ฉันอยากฝากบทกลอนนี้เอาไว้ให้เพื่อน ยามคิดถึงกัน

แด่
6/7

เพื่อนของฉัน ในห้องเรียน หกทับเจ็ด
เป็นห้องที่ แสนน่ารัก น่าอิจฉา
ใครเดินผ่าน จำต้องชม ทุกเพลา
ทำไมหนา ห้องห้องนี้ ซกมกจริง
ฉันอยากบอก ทุกคนว่า รักมากมาย
ตราบชีพวาย เป็นเพื่อน ร่วมทุกข์เสมอ
แต่ฉันรู้ มันคงยาก จะพบเจอ
เพราะพวกเธอ มีหนทาง ต่างกันไป
ถึงยังไง ก็ตามแต่ ห้ามลืมกัน
มาเข้าฝัน ก็ยังดี นะเหอเหอ
มาแวะเวียน เยี่ยมกันบ้าง นะพวกเธอ
ที่นัดเจอ ก็ที่เดิม เอ็มเอสเอ็น

อยากขอบคุณ ทุกๆสิ่ง ที่ทำมา
เคยร่วมหา และฝ่าฟัน เคียงบ่าไหล่
งานทุกสิ่ง ล้วนผ่านพ้น ไม่บรรลัย
ก็ขอให้ โชคดีดี นะเพื่อนเอย

ถึงเวลาแล้วสินะ
.
.
.

ต่อจากนี้ก็คงจะไม่มีอีกแล้ว เพราะต่างคนก็ต่างต้องแยกจากกันไป ก้าวไปสู่หนทางของตัวเอง
ฉันขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา
มันทำให้ฉันได้รู้แล้วว่า ค่าของคำว่าเพื่อนมันมีค่ามากมายเพียงใด
ถึงเวลาของพวกเราเราจะจบไปแล้ว แต่เวลาของคำว่าเพื่อนนั้นไม่มีวันจบ
ขอให้ทุกคนจงโชคดี เอ็นติดกันทุกคน
รักและห่วงเพื่อนเสมอ